The Second French-MFU Seminar

Theme: Comparative analysis of cultural minorities and indigenous people

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน 2549

ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

..........................................................................

จัดโดย หน่วยความร่วมมือทางวิชาการฝรั่งเศส-อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมองแปลลิเยร์ 3 ประเทศฝรั่งเศส

สนับสนุนโดย
     
1. Service for Culture, Science and Development of French Embassy , Thailand
      2. Thai Airways International Public Company Limited
      3. School of Management , Mae Fah Luang University

สถานที่ ห้อง 306 อาคาร D1 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ. เชียงราย

 วัน/ เวลา วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน 2549 เวลา 08.00-16.15 น.

 ผู้เข้าร่วม การสัมมนาครั้งนี้ได้ตั้งเป้าผู้เข้าร่วมไว้จำนวน 50 คน แต่มีผู้เข้าร่วมจริง จำนวน 142 คน ประกอบด้วย
        - อาจารย์สำนักวิชาศิลปศาสตร์ สำนักวิชาการจัดการ สำนักวิชานิติศาสตร์ และสำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
       - นักศึกษาสำนักวิชาศิลปศาสตร์ และสำนักวิชาการจัดการ (สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยว)
       - นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา
       - นักจัดรายการวิทยุ ทอ. 015 เชียงราย FM. 94.25 MHz
       - บุคลากรของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

วิทยากร จากมหาวิทยาลัยมองแปลลิเยร์ 3 ประเทศฝรั่งเศส
       •  Prof. Danéile VAZEILLES (นักมนุษย์วิทยา)
       
•  Prof. Jean-Pierre DOUMENGE (นักภูมิศาสตร์)

ผู้สรุปใจความระหว่างการสัมมนา อาจารย์กรวิก ถีระแก้ว (อาจารย์ประจำสำนักวิชาศิลปศาสตร์)

ช่วงพิธีเปิด นางสาวจารุวรรณ กาศนอก และ Miss Céline ROLLET จากหน่วยความร่วมมือทางวิชาการฝรั่งเศสฯ กล่าวรายงาน โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์นรีวรรณ จินตกานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาความสัมพันธ์ภายนอก เป็นผู้กล่าวเปิดการสัมมนา

ภาคเช้า : บรรยายโดย Prof. Dani?le VAZEILLES ซึ่งท่านเป็นนักมนุษย์วิทยา ได้เล่าถึงประสบการณ์การทำงานด้านการวิจัย เกี่ยวกับชาวอินเดียนแดงในแถบอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่รัฐดาโกต้าใต้ ( South Dakota ) และดาโกต้าเหนือ ( North Dakota ) ของสหรัฐอเมริกา บริเวณแม่น้ำเชเยน ( Cheyenne River ) ซึ่งเป็นดินแดนที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกามอบให้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวอินเดียนแดงที่ถือว่าเป็นชนพื้นเมืองในแถบนั้น โดย Prof. Dani?le VAZEILLES ได้ใช้ชีวิตอย ู่ที่นั่น เป็นเวลาถึง 2 ปี เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวอินเดียนแดงที่มีชีวิตผูกพันอยู่กับธรรมชาติ มีความเชื่อตามบรรพบุรุษ อีกทั้งยังได้เรียนรู้ถึงความสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสารระหว่างชาวอินเดียนแดงและประชากรกลุ่มอื่น ๆ
ท่านได้เปรียบเทียบวิถีการดำเนินชีวิตของชาวอินเดียนแดงในอดีตและในปัจจุบันว่า ชาวอินเดียนแดงในอดีตนั้นดำเนินชีวิตตามบรรพบุรุษ เร่ร่อนตามฝูงวัวควายไปตามทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ในอเมริกาเหนือ และบางกลุ่มก็อยู่รวมกันเป็นหมู่บ้าน สร้างกระโจมที่พักจากหนังสัตว์ หรือสร้างบ้านด้วยหินหรือไม้แล้วมุงหลังคาด้วยดิน ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีวิถีชีวิตที่ผูกพันอยู่กับธรรมชาติ เชื่อในเทพเจ้า ดวงดาว วิญญาณ และสิ่งลึกลับในจักรวาลนี้ ซึ่งชาวอินเดียนแดงเชื่อว่า ธรรมชาติและวัฒนธรรมประเพณีเหล่านี้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน และไม่สามารถแยกออกจากกันได้ แต่ปัจจุบันนี้มีชาวอินเดียนแดงจำนวนไม่น้อยที่หันมานับถือศาสนาคริสต์

       ในสหรัฐอเมริกา และ แคนาดามีชาวอินเดียนแดงอยู่ประมาณ 2 ล้านคน สามารถจำแนกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ ชาวอินเดียนแดงร้อยเปอร์เซ็นต์ (full-bloods) และชาวอินเดียนแดงเลือดผสม (mixed-bloods) ชาวอินเดียนแดงบางส่วนก็ยังคงอาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินเดิมที่พวกเขาเคยเที่ยวเตร่เร่ร่อนอย่างอิสรเสรี และบางส่วนก็ถูกเนรเทศอย่างโหดเหี้ยมทารุณไปสู่รัฐทางด้านตะวันตก ( Dakotas , Oklahoma ) ซึ่งไม่กี่ปีต่อมาก็ได้กลายเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวอินเดียแดงไป

       ท่านยังได้กล่าวถึงการต่อสู้และปัญหาของชาวอินเดียนแดงว่า ระหว่างศตวรรษที่ 20 ชาวอินเดียนแดงไม่ได้ต่อสู้ในสนามรบอีกต่อไป หากแต่เป็นการสู้รบกับระบบทางการเมือง เศรษฐกิจ และกฎหมายของรัฐบาลประชาธิปไตยจากหลายประเทศในแถบอเมริกาเหนือแทน และได้มีการเซ็นสนธิสัญญาต่าง ๆ ระหว่างรัฐบาลสหรัฐอเมริกา แคนนาดา และชาวอินเดียนแดง เพื่อช่วยผลักดันวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอินเดียนแดงให้ดีขึ้น เช่น การมีสิทธิเสรีภาพ การศึกษา สุขภาพอนามัย ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม เป็นต้น นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 1990 ชาวอินเดียนแดงยังได้เข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ที่จะช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพให้กลับคืนมา เพราะพวกเขาตระหนักดีว่าระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์นั้น มีประโยชน์ทั้งต่อมนุษย์และสัตว์ป่า และยังเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาวัฒนธรรมประเพณีของพวกเขาไว้ได้

         อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของชาวอินเดียนแดงในปัจจุบันนี้ไม่สู้จะดีนัก ชีวิตในแผ่นดินหรือเขตแดนที่อาศัยอยู่ยังคงไม่แน่นอนและไม่มั่นคง เกือบ 40 % ของชาวอินเดียนแดงยังประสบกับปัญหาความยากจน อัตราการว่างงานสูงถึง 48-80% แต่ก็ถือว่าดีขึ้นกว่าเมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากได้มีองค์กรต่าง ๆ ให้ความสนใจเข้ามาช่วยเหลือมากขึ้นนั่นเอง

ท่านยังได้พูดถึง ขบวนการปรับแบบแผนหรือลักษณะวัฒนธรรม (Acculturation) ว่าเป็นกระบวนการของการดัดแปลงและปรับเปลี่ยนเพื่อไปสู่รูปแบบของวัฒนธรรมใหม่ ซึ่งเป็นกระบวนการที่จะเกิดขึ้นเมื่อประชากรที่มีความแตกต่างกันทางด้านสังคมและวัฒนธรรมมาอยู่ร่วมกัน ซึ่งสามารถแบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ
     1. Integration : เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อชนกลุ่มน้อยเข้าไปอยู่ท่ามกลางกลุ่มชนที่ใหญ่กว่า แล้วพยายามรับเอารูปแบบของวัฒนธรรม และค่านิยม แล้วพยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและ สังคมของชนกลุ่มใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบเดิมของตนเองไว้
     2. Assimilation : เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อชนกลุ่มน้อยเข้าไปอยู่ร่วมกับชนกลุ่มใหญ่แล้วเปลี่ยนสภาพหรือละทิ้งวัฒนธรรมเดิม เพื่อไปสู่รูปแบบของวัฒนธรรมของชนกลุ่มใหญ่อย่างสิ้นเชิง

         ท่านได้กล่าวถึงปัญหาหลัก ๆ ของชนกลุ่มน้อยและชนพื้นเมืองในหลายประเด็น เช่น การอนุรักษ์ภาษาและวัฒนธรรม สิทธิการถือครองที่ดิน การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ การตัดสินใจทางการเมืองและความอิสรเสรีในการปกครองตนเอง การเสื่อมของสภาพแวดล้อม ความยากจน ปัญหาสุขภาพ และการแบ่งแยก เป็นต้น

ภาคบ่าย : บรรยายโดย Prof. Jean-Pierre DOUMENGE
       ท่านได้พูดถึงปัญหาในปัจจุบันสำหรับชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในดินแดนหรือประเทศที่เป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส และพลเมืองที่อาศัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศสด้วย ประเทศฝรั่งเศสเกี่ยวข้องกับเรื่องของชนกลุ่มน้อยได้อย่างไร ? สาเหตุก็เพราะว่า ดินแดนของฝรั่งเศสนั้นแบ่งได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ส่วนที่เป็นแผ่นดินใหญ่ (Mainland) ในทวีปยุโรป และส่วนที่เป็นดินแดนอาณานิคม (Territories) อีกส่วนหนึ่ง ดังนั้นในหลายศตวรรษที่ผ่านมา ประชากรบนแผ่นดินใหญ่ของฝรั่งเศส จึงมีโอกาสเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมที่หลากหลาย เนื่องจากมีประชากรหลากหลายเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่ ซึ่งส่วนมากเป็นผู้อพยพ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ประเทศฝรั่งเศสมีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่หลากหลายกลุ่มมาก เช่น ชาวผิวดำ ชาวจีน อินโดนีเชีย เวียดนาม ฯลฯ ชนกลุ่มน้อยในฝรั่งเศสสามารถแบ่งได้เป็น 2 พวกคือ ผู้อพยพ และชาวเกาะที่เคยอาศัยอยู่ในดินแดนที่เป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสมาก่อน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 ฝรั่งเศสมีพลเมืองถึง 63 ล้านคน ซึ่ง 2.1 ล้านคนเป็นชาวต่างชาติที่อพยพมาจากประเทศที่เคยเป็นอาณานิคม เช่น Maghreb (Algeria, Morocco, Tunisia) ชาวแอฟริกันผิวดำ และประเทศในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก (Lebanon and Syria or Indochina peninsula) อีก 900,000 คน อพยพมาจากประเทศแถบเอเชีย ( Turkey , China , India , Pakistan , and Sri Lanka ) 2 ล้านคนเป็นครอบครัวของชาวต่างชาติที่อพยพมาตั้งรกรากในฝรั่งเศสหลายทศวรรษมาแล้ว (Northern Africa, Caribbean Islands, Western Africa, South East Asia, and Indain Ocean Islands) จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ามีประชากรของฝรั่งเศสถึง 5 ล้านคนที่มีถิ่นกำเนิดนอกยุโรป แล้วมาอาศัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศสเป็นการถาวร

       ในปัจจุบันนี้ พรรคการเมืองบางพรรคในฝรั่งเศสคิดว่าการ Integration คงจะไม่ใช่สิ่งที่จะช่วยในการจัดการกับการอพยพของผู้คนได้อีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเพื่อให้ได้มาซึ่งระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เราจะต้องจัดการกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมให้ดีและครอบคลุมทั้งในฝรั่งเศสและในดินแดนที่เป็นอาณานิคม ซึ่งมีคำถามที่น่าสนใจสำหรับรัฐบาลฝรั่งเศสอยู่ 2 ข้อ คือ
       1. จะมีวิธีการรวมเอาวัฒนธรรมและการปฏิบัติ ของชนกลุ่มน้อยมาเป็นนโยบายของสาธารณชนได้อย่างไร ?
       2. จะมีวิธีเชิญชวนหรือกระตุ้นให้คนส่วนใหญ่ยอมรับความแตกต่างที่เป็นด้านบวกของชนกลุ่มน้อยได้อย่างไร ?

เวลา 16.30 กล่าวปิดงานโดย Miss Céline ROLLET จากหน่วยความร่วมมือทางวิชาการฝรั่งเศสฯ

 ประโยชน์และผลที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ
   
1. ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องชนกลุ่มน้อย และได้ทราบแนวทางการบริหารจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม และสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการทำงานจริงได้
     2. เกิดมุมมองประเด็นปัญหาใหม่ ๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการชนกลุ่มน้อยในประเทศไทย
     3. เกิดเครือข่ายทางวิชาการระหว่างประเทศในเรื่องชนกลุ่มน้อยมากขึ้น
     4. อาจารย์และนักศึกษาได้นำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในการเรียนการสอน
     5. สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาในเรื่องการการพัฒนาความรู้ด้านสังคมศาสตร์มากขึ้น

ข้อสังเกตจากการเข้าร่วมโครงการ
    
1. อาจารย์ให้ความสนใจลงพื้นที่และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับวิทยากร ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาการเรียนการสอน การพัฒนาสังคม ซึ่งจะนำไปสู่การทำวิจัยร่วมต่อไปในอนาคตได้ และนอกจากนี้นักศึกษายังได้ให้ความสนใจเข้าร่วมการสัมมนาในครั้งเป็นอย่างดี จึงถือได้ว่าบรรลุผลตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้
      2. วิทยากรมีความตั้งใจในการนำเสนอ และมีความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก
      3. ผู้เข้าร่วมสัมมนามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และซักถามดีมาก
      4. ผู้เข้าร่วมมีความประทับใจในบรรยากาศที่เป็นกันเอง และประทับใจที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับชนกลุ่มน้อย และสิ่งที่วิทยากรนำมาถ่ายทอดมีประโยชน์ต่อสังคมมาก ๆ
     5. มีการสรุปใจความเป็นภาษาไทยเพื่อให้นักศึกษาเข้าใจมากขึ้น

ข้อเสนอแนะ
   
1. ควรมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ เพราะช่วงเช้ามีผู้เข้าร่วมน้อย อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายมีนักศึกษาให้ความสนใจรับฟังเป็นจำนวนมากพอสมควร
     2. ถ้าเป็นไปได้วิทยากรควรจะใช้ PowerPoint ในการนำเสนอ เพราะจะช่วยให้ผู้ฟังไม่หลงประเด็นและเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ฟังจะสามารถจับประเด็นสำคัญในแต่ละหัวข้อได้ง่ายขึ้นด้วย และควรจะมีรูปภาพประกอบด้วยเพื่อช่วยให้ผู้ฟังเกิดจินตนาการและมองเห็นสิ่งที่วิทยากรต้องการสื่อออกมาได้ดียิ่งขึ้นอีก

หน่วยความร่วมมือทางวิชาการฝรั่งเศส-อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง -- รายงาน

.............................................................................

 

 
คำถาม/แสดงความคิดเห็น
หน่วยความร่วมมือทางวิชาการฝรั่งเศส - อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
อาคาร E2 ชั้น 2 ห้อง 203 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 333 หมู่ 1 ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย 57100
โทรศัพท์ : 0-5391-6845, โทรสาร : 0-5391-6846